อิฐมวลเบาคืออะไร เจาะลึกข้อดี คุณสมบัติพิเศษที่ต่างจากอิฐประเภทอื่น

Social Links


Key Takeaway

  • อิฐมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากส่วนผสมของซีเมนต์ ปูนขาว ทรายละเอียด และสารเคมีที่ช่วยสร้างฟองอากาศภายในเนื้ออิฐ และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในงานก่ออิฐ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา
  • อิฐมวลเบาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบไม่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง และแบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง
  • อิฐมวลเบามีคุณสมบัติคือน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ป้องกันความร้อน ทนไฟ ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก และทนต่อสภาพอากาศ
  • ข้อดีของอิฐมวลเบาคือรักษาอุณหภูมิในบ้าน ลดน้ำหนักโครงสร้างอาคาร มีขนาดมาตรฐาน ก่อสร้างง่าย ผนังเรียบเนียน แต่มีข้อเสียคือปรับแต่งรูปทรงได้ยาก เสี่ยงต่อการถูกทำลายโดยปลวก

หากพูดถึงวัสดุก่อสร้าง สิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ “อิฐ” วัสดุสำคัญที่ใช้ในการก่อสร้างบ้าน อาคาร หรือสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะอิฐมวลเบา ที่เป็นวัสดุก่อสร้างยอดนิยมในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติพิเศษในเรื่องความทนทานแต่น้ำหนักเบา และกันความร้อนได้ดี บทความนี้จึงจะพาไปทำความรู้จักกับอิฐมวลเบาว่าคืออะไร คุณสมบัติของอิฐมวลเบาที่ต่างจากอิฐประเภทอื่นๆ ที่ทำให้อิฐมวลเบากลายเป็นที่นิยมใช้ในการก่อสร้างมีอะไรบ้าง!

ทำความเข้าใจ อิฐมวลเบาคืออะไร

ทำความเข้าใจ อิฐมวลเบาคืออะไร

อิฐมวลเบา (Lightweight Concrete Brick หรือ Autoclaved Aerated Concrete – AAC) เป็นวัสดุก่อสร้างประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในงานก่ออิฐ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา อิฐชนิดนี้ผลิตจากส่วนผสมของซีเมนต์ ปูนขาว ทรายละเอียด และสารเคมีที่ช่วยสร้างฟองอากาศภายในเนื้ออิฐ 

กระบวนการผลิตเริ่มจากการบดและผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกัน ก่อนนำไปอัดด้วยลมแรงดันสูง ทำให้เกิดฟองอากาศจำนวนมาก จากนั้นจึงผ่านขั้นตอนการบ่มและอบด้วยไอน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 190 – 200 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดฟองอากาศภายในเนื้ออิฐ

ด้วยโครงสร้างที่มีลักษณะพรุนและมีฟองอากาศกระจายอยู่ทั่ว อิฐมวลเบาจึงมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ช่วยลดภาระโครงสร้างอาคาร พร้อมทั้งมีคุณสมบัติในการกันความร้อนและลดเสียงรบกวนได้ดี เหมาะสำหรับใช้ในงานก่อสร้างหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาคารพาณิชย์ สำนักงาน หรือบ้านพักอาศัย

ประเภทของอิฐมวลเบามีอะไรบ้าง

จากกระบวนการผลิต ทำให้สามารถแบ่งประเภทของอิฐมวลเบาได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. แบบไม่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง 

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  • ใช้วัสดุเบาเข้ามาทดแทน เช่น ขี้เลื่อย ขี้เถ้า ชานอ้อย หรือเม็ดโฟม มาผสมเพื่อลดน้ำหนักของคอนกรีตลง แต่มีข้อเสียคือมีอายุการใช้งานสั้น และในกรณีเกิดเพลิงไหม้อาจก่อให้เกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้อาศัยได้
  • ใช้สารเคมี เพื่อให้เนื้อคอนกรีตฟูและแข็งตัวได้เอง แต่จะมีอัตราการหดตัวสูงกว่าปกติ ทำให้ปูนฉาบเกิดแตกร้าวได้ง่าย

2. แบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง 

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  • Lime Base ใช้ปูนขาวเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งมีข้อจำกัดที่การควบคุมคุณภาพ ส่งผลให้คอนกรีตที่ได้มีคุณสมบัติไม่สม่ำเสมอ และมีอัตราการดูดซึมน้ำสูงกว่ามาตรฐาน
  • Cement Base ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต สามารถควบคุมคุณภาพได้สม่ำเสมอ และช่วยให้เกิดผลึก Calcium Silicate ภายในเนื้อคอนกรีต ซึ่งส่งผลให้วัสดุมีความแข็งแรงและทนทาน

ดังนั้น คอนกรีตที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้ความดันสูง มักมีลักษณะเนื้อวัสดุเป็นสีเทาเหมือนปูนซีเมนต์ทั่วไป แตกต่างจากคอนกรีตที่ผ่านการอบด้วยไอน้ำแรงดันสูง ซึ่งจะมีเนื้อวัสดุเป็นผลึกสีขาว ดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอกว่า

อิฐมวลเบา กับคุณสมบัติโดดเด่นที่ต่างจากอิฐประเภทอื่น

อิฐมวลเบา กับคุณสมบัติโดดเด่นที่ต่างจากอิฐประเภทอื่น

ด้วยกระบวนการผลิตและโครงสร้างของอิฐมวลเบาที่แตกต่างจากอิฐชนิดอื่นๆ จึงทำให้อิฐมวลเบามีคุณสมบัติโดดเด่น ดังนี้

น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง

อิฐมวลเบามีน้ำหนักน้อยกว่าอิฐประเภทอื่นประมาณ 2 – 3 เท่า ช่วยให้ขนย้ายสะดวกและติดตั้งง่าย ลดภาระน้ำหนักที่กระทำต่อโครงสร้างอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีน้ำหนักเบา แต่อิฐมวลเบายังคงมีความแข็งแรงเพียงพอ เหมาะสำหรับงานก่อสร้างทั่วไปทั้งในอาคารพาณิชย์และบ้านพักอาศัย

ป้องกันความร้อนและทนไฟ

อิฐมวลเบามีโครงสร้างพรุนที่เกิดจากฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมากในเนื้ออิฐ ทำให้มีค่าการนำความร้อนต่ำ สามารถป้องกันความร้อนได้ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารและประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ อิฐมวลเบายังมีคุณสมบัติทนไฟสูง โดยสามารถทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไฟได้นานหลายชั่วโมง จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

ป้องกันเสียงจากภายนอก

อิฐมวลเบามีโครงสร้างที่ประกอบด้วยฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมากในเนื้ออิฐ ทำให้มีคุณสมบัติช่วยลดและดูดซับเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับใช้ในบ้านจัดสรร คอนโด หรืออาคารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและลดเสียงรบกวนระหว่างห้อง

ทนต่อสภาพอากาศ

เนื่องจากโครงสร้างที่มีฟองอากาศกระจายอยู่ทั่วเนื้ออิฐ ทำให้ไม่ดูดซึมความชื้นและไม่ผุกร่อนง่ายเมื่อเจอฝนหรือความชื้นสูง และไม่สะสมความร้อนจากแสงแดด ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในบ้านให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดปี นอกจากนี้ อิฐมวลเบายังมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและสภาพอากาศ ช่วยยืดอายุการใช้งานของผนังบ้านและลดปัญหาการแตกร้าวเมื่อเจออากาศร้อนหรือเย็นจัด

ข้อดีของอิฐมวลเบามีอะไรบ้าง

ข้อดีของอิฐมวลเบามีอะไรบ้าง

  • รักษาอุณหภูมิในบ้าน ไม่เก็บความร้อน ด้วยโครงสร้างของอิฐมวลเบาที่มีรูพรุนจำนวนมาก จึงสามารถระบายความร้อนได้ดี ไม่เก็บสะสมความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิในบ้านให้เย็นสบาย ประหยัดค่าไฟในระยะยาว
  • ลดน้ำหนักโครงสร้างอาคาร อิฐมวลเบามีน้ำหนักเบา จึงลดภาระที่กระทำต่อคาน เสา และรากฐานของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถออกแบบให้ใช้โครงสร้างที่ประหยัดขึ้น 
  • ขนาดมาตรฐาน ก่อสร้างง่าย ผนังเรียบเนียน ช่วยให้การก่อสร้างทำได้อย่างแม่นยำ ลดปัญหาช่องว่าง หรือผนังไม่เต็มแผง ได้ผลงานที่เรียบเนียน สวยงาม และลดเวลาในการตกแต่งผนัง
  • เก็บเสียงดี ให้ความเป็นส่วนตัว ข้อดีของฟองอากาศภายในเนื้ออิฐมวลเบาคือช่วยดูดซับเสียง ทำให้สามารถลดเสียงจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้าน และลดเสียงจากภายในไม่ให้รบกวนผู้อื่น เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยที่ต้องการความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว
  • แข็งแรง ทนแรงดันได้ดี แม้จะมีน้ำหนักเบา แต่อิฐมวลเบายังมีความแข็งแรงเพียงพอในการรับแรงกดจากโครงสร้างผนังได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการความมั่นคง ทนทาน และปลอดภัยในระยะยาว

ข้อจำกัดของอิฐมวลเบา ที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

  • ปรับแต่งรูปทรงได้ยาก เนื่องจากอิฐมวลเบามีขนาดค่อนข้างใหญ่และถูกออกแบบมาสำหรับการก่อผนังโดยเฉพาะ จึงไม่เหมาะกับการนำไปประยุกต์ใช้งานในรูปแบบอื่นที่ต้องการรูปทรงที่ยืดหยุ่น
  • เสี่ยงต่อการถูกปลวกทำลายในบางกรณี อิฐมวลเบาบางประเภทและบางสูตรการผลิตอาจมีส่วนผสมของยิปซัม ซึ่งอาจเป็นแหล่งอาหารของปลวก และก่อความเสียหายต่อผนัง อาคาร หรือบ้านได้
  • แก้ไขยากเมื่อต้องรื้อผนัง หากจำเป็นต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผนังที่ก่อด้วยอิฐมวลเบา มักต้องรื้อออกทั้งแผง และไม่สามารถซ่อมเฉพาะจุดได้เหมือนวัสดุก่อผนังประเภทอื่น ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากขึ้น

เปรียบเทียบอิฐประเภทอื่นๆ แตกต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบอิฐประเภทอื่นๆ แตกต่างกันอย่างไร

มาดูกันว่าวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างยอดนิยมทั้งอิฐมอญและอิฐบล็อก มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง

อิฐบล็อก

อิฐบล็อกเป็นวัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากปูนซีเมนต์ผสมทราย จึงมักมีสีเทาอ่อนเป็นเอกลักษณ์ โดยลักษณะเด่นของอิฐบล็อกคือมีรูกลวงอยู่ตรงกลาง ช่วยลดน้ำหนักของตัวอิฐและช่วยในการระบายความร้อนได้ดี มักนิยมใช้ในงานก่อผนังทั่วไป เช่น โกดัง โรงงาน หรือพื้นทางเดิน ข้อดีคือสามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ถ่ายเทความร้อนได้ดี และประหยัดค่าใช้จ่าย แต่มีข้อจำกัดคือไม่เหมาะกับห้องน้ำ รับน้ำหนักได้จำกัด และยากต่อการเจาะติดตั้งระบบเดินท่อต่างๆ ภายในผนัง

อิฐมอญ

อิฐมอญ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่ออิฐแดง เป็นอิฐดั้งเดิมที่ทำจากดินเหนียว ผสมกับน้ำและวัสดุอื่น เช่น ขี้เถ้า แกลบ หรือทราย จากนั้นจึงนำไปขึ้นรูปในแบบพิมพ์ ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วเผาจนสุก อิฐมอญที่ได้จะมีสีแดงหรือส้ม นิยมใช้ทั้งแบบทำมือที่มีผิวขรุขระ และแบบผลิตด้วยเครื่องจักรที่มีผิวเรียบกว่าและมีรูกลวงเพื่อลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับงานก่อสร้างบ้านพักอาศัยชั้นเดียวหรือสองชั้น พื้นที่ที่เจอความชื้นบ่อย เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ผนังภายนอก และจุดที่ต้องรองรับน้ำหนัก เช่น ท็อปโต๊ะหรืออ่างล้างหน้า

ข้อดีของอิฐมอญคือทนทานต่อสภาพอากาศ แข็งแรงและหนาแน่น ยึดเกาะได้ดี และหาช่างทำได้ง่าย แต่มีข้อจำกัดคือน้ำหนักมาก สะสมความร้อน เปราะบาง อาจเกิดความเสียหายระหว่างขนส่ง มีขนาดที่ไม่มาตรฐาน และใช้เวลาสร้างนานกว่า เนื่องจากอิฐมอญมีขนาดเล็ก

สำรวจตลาด อิฐมวลเบาราคาเท่าไร?

อิฐมวลเบามีคุณสมบัติพิเศษที่น้ำหนักเบา ความเย็น และประหยัดพลังงาน จึงเป็นตัวเลือกของบ้านยุคใหม่หรืออาคารที่ต้องการประสิทธิภาพด้านพลังงานและความสบายในการอยู่อาศัย โดยราคาในตลาดของอิฐมวลเบา ขนาดมาตรฐาน 60 x 20 x 7.5 เซนติเมตร ราคาจะอยู่ที่ 12 – 18 บาทต่อก้อน และราคาต่อตารางเมตรจะอยู่ที่ 115 – 125 บาท ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาของอิฐมวลเบาคือกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน และวัตถุดิบที่ใช้ทำ

อิฐมวลเบาเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

อิฐมวลเบาเหมาะกับการก่อผนังทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยเฉพาะในบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และโครงการอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ขนย้ายและติดตั้งง่าย ช่วยลดภาระโครงสร้างและประหยัดเวลาในการก่อสร้าง ผนังภายในนิยมใช้ความหนา 7.5 – 10 เซนติเมตร ส่วนผนังภายนอกหรือผนังที่ต้องการกันความร้อนและกันเสียงนิยมใช้ความหนา 12.5 เซนติเมตรขึ้นไป อิฐมวลเบายังเหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบร้อย ผิวผนังเรียบ และต้องการคุณสมบัติกันความร้อน กันไฟ และกันเสียง

สรุป

อิฐมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากปูนซีเมนต์ ปูนขาว ทรายละเอียด และสารก่อฟองอากาศ ผ่านการอบไอน้ำแรงดันสูง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบอบไอน้ำและไม่อบไอน้ำ อิฐมวลเบามีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการกันความร้อน เก็บเสียง แข็งแรง มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อสภาพอากาศ และเหมาะกับงานก่อสร้างที่หลากหลาย แต่มีข้อจำกัดเรื่องความยืดหยุ่นในการดัดแปลงและการรื้อถอน ปรับแต่งได้ยาก เหมาะสำหรับการก่อผนังทั้งภายในและภายนอกอาคาร หรืองานที่ต้องการความเรียบร้อย ผิวผนังเรียบ

หากกำลังมองหาอิฐคุณภาพดี แนะนำอิฐบล็อกเบาของ ECOMAT ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รอบด้านทั้งผู้ก่อสร้างและผู้อยู่อาศัย ด้วยการผลิตจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงและประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน ทำให้สามารถลดอุณหภูมิได้ดี ลดค่าไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศได้ถึง 25% และแข็งแรง ทนทาน ติดตั้งง่าย ลดต้นทุนในการก่อสร้าง เหมาะกับงานก่อสร้างบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับอิฐมวลเบา วันนี้เราได้รวบรวมทุกข้อสงสัยและคำตอบไขข้อข้องใจมาฝากกัน

อิฐมวลเบาปูพื้นได้ไหม?

อิฐมวลเบาสามารถปูพื้นได้ เพราะสามารถจัดวางเป็นแนวได้อย่างเป็นระเบียบ มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก ทนความร้อนได้ดี และขึ้นรูปได้ง่าย เหมาะสำหรับงานปูพื้นจัดสวนและงานอื่นๆ 

อายุการใช้งานของอิฐมวลเบาอยู่ได้กี่ปี?

อิฐมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานก่อผนัง ทั้งในบ้านและอาคารทั่วไป จุดเด่นคือช่วยป้องกันความร้อนและเสียงจากภายนอกได้ดี นอกจากนี้ยังผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูง จึงมีความแข็งแรงทนทาน และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปี

สูตรคำนวณอิฐมวลเบา 1 ตารางเมตร จะใช้อิฐกี่ก้อน?

สามารถคำนวณโดยเป็น ขนาดพื้นที่ (ตารางเมตร) × 8.33 = จำนวนอิฐมวลเบาที่ต้องใช้ 

ตัวอย่างเช่น หากต้องการก่อผนังที่มีขนาด กว้าง 2.5 เมตร และสูง 3 เมตร 

จะนำมาคำนวณได้ว่า (2.5 × 3) × 8.33 = 62.47 ก้อน 

หมายความว่าจะต้องใช้อิฐมวลเบาประมาณ 62 – 63 ก้อน สำหรับผนังขนาด กว้าง 2.5 เมตร และสูง 3 เมตร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *