Key Takeaway
- ตัวอย่างความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับอิฐบล็อกเบา เช่น ไม่แข็งแรง แตกง่าย หรือกันความร้อนไม่ได้จริง
แต่เมื่อใช้งานถูกวิธี อิฐบล็อกเบายังให้ประสิทธิภาพที่ดีและได้มาตรฐาน - คุณสมบัติของอิฐบล็อกเบา คือ น้ำหนักเบา กันความร้อน และช่วยลดเสียงรบกวน พร้อมทั้งก่อสร้างได้รวดเร็ว และช่วยลดภาระโครงสร้างโดยรวม
- วิธีก่ออิฐบล็อกเบาที่ถูกต้องควรใช้ปูนก่อเฉพาะทาง ปรับระดับพื้น และก่อให้ได้แนวสม่ำเสมอ
รวมถึงเสริมเหล็กยึดผนังและฉาบอย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งาน
อิฐบล็อกเบาเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยลดน้ำหนักโครงสร้างและเพิ่มความสะดวกในการติดตั้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้งานอยู่ไม่น้อย ซึ่งอาจส่งผลให้เลือกใช้วัสดุได้ไม่เหมาะสม บทความนี้จะพาไปแยกแยะข้อเท็จจริง เพื่อให้เข้าใจและใช้งานอิฐบล็อกเบาได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น

10 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับอิฐบล็อกเบา
ไปดูความเชื่อผิดๆ ที่คนมักเข้าใจกับอิฐบล็อกเบากัน ซึ่งหลายข้ออาจทำให้ตัดสินใจเลือกใช้วัสดุผิดจากความเป็นจริง
1. อิฐบล็อกเบาไม่แข็งแรง
ความเชื่อนี้มักเกิดจากภาพจำว่า “เบา = ไม่ทนทาน” แต่ในความเป็นจริง อิฐบล็อกเบาถูกออกแบบให้มีโครงสร้างภายในที่ช่วยกระจายแรงได้ดี แม้จะมีน้ำหนักเบากว่าอิฐมอญหรือคอนกรีตทั่วไป แต่ยังมีค่ากำลังอัดที่เพียงพอสำหรับงานก่อผนัง ทั้งผนังภายในและภายนอก (ในกรณีที่ออกแบบโครงสร้างรองรับอย่างเหมาะสม)
2. วัสดุก่อสร้างที่แตกง่าย
หลายคนเข้าใจว่าอิฐบล็อกเบาเปราะและแตกหักง่ายจากการใช้งานจริง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขนส่งหรือการติดตั้งที่ไม่ถูกวิธี หากทำงานอย่างถูกต้อง เช่น ใช้เครื่องมือเฉพาะ และฉาบปูนอย่างเหมาะสม อิฐบล็อกเบาจะมีความทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี ไม่ได้แตกง่ายอย่างที่เข้าใจกัน
3. กันความร้อนไม่ได้จริง
มีความเชื่อว่าอิฐบล็อกเบาไม่ได้ช่วยลดความร้อน แต่จริงๆ แล้ว โครงสร้างแบบมีรูพรุนภายในของอิฐบล็อกเบาช่วยชะลอการถ่ายเทความร้อน ทำให้ภายในอาคารเย็นลงได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่สามารถกันความร้อนได้ 100% แต่ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพดีกว่าวัสดุก่อผนังทั่วไปหลายประเภท
4. มีการดูดน้ำสูง ทำให้ผนังชื้น
ความเชื่อนี้เกิดจากคุณสมบัติของอิฐบล็อกเบาที่มีรูพรุน จึงสามารถดูดซึมน้ำได้มากกว่าวัสดุบางประเภท ทำให้หลายคนกังวลว่าจะทำให้ผนังเกิดความชื้นสะสม แต่ในความเป็นจริง หากมีการก่อและฉาบอย่างถูกวิธี เช่น ใช้ปูนก่อและปูนฉาบที่เหมาะสม รวมถึงมีการป้องกันน้ำซึมในจุดเสี่ยง ก็สามารถลดปัญหาความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. อิฐบล็อกเบาใช้กับผนังภายนอกไม่ได้
หลายคนเข้าใจว่าอิฐบล็อกเบาเหมาะแค่ผนังภายใน เพราะไม่ทนแดดทนฝน แต่จริงๆ แล้วสามารถใช้กับผนังภายนอกได้ หากมีการออกแบบและปกป้องผิวผนังอย่างเหมาะสม เช่น การฉาบปูน การทาสีภายนอก หรือเคลือบกันซึม เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศ
6. การก่ออิฐบล็อกเบาต้องใช้ช่างเฉพาะทางเท่านั้น
ความเชื่อนี้มักทำให้หลายคนกังวลเรื่องค่าแรงและความยุ่งยากในการก่อสร้าง แม้อิฐบล็อกเบาจะมีวิธีการก่อที่แตกต่างจากอิฐทั่วไป เช่น การใช้ปูนก่อบาง แต่ช่างก่อสร้างทั่วไปสามารถเรียนรู้และทำได้ไม่ยาก หากมีความเข้าใจขั้นตอนและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ก็สามารถก่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้คุณภาพงานที่ดี
7. ราคาสูง ไม่คุ้มค่า
มักถูกมองว่ามีต้นทุนต่อก้อนสูงกว่าอิฐประเภทอื่น โดยทั่วไป อิฐบล็อกเบาจะมีราคาเฉลี่ยประมาณ 20-40 บาทต่อก้อน (ขึ้นอยู่กับขนาดและแบรนด์) จึงดูเหมือนไม่คุ้มในตอนแรก แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมอิฐบล็อกเบาช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอื่นได้ เช่น ใช้ปูนก่อและปูนฉาบน้อยลง ระยะเวลาก่อสร้างสั้นลง ลดค่าแรง และยังช่วยประหยัดพลังงานจากการลดความร้อนสะสมในอาคาร จึงมีความคุ้มค่าในระยะยาว
8. การก่อสร้างยุ่งยาก
ภาพจำเกี่ยวกับขั้นตอนที่แตกต่างจากการก่ออิฐทั่วไป ทำให้ดูเหมือนเป็นงานที่ซับซ้อน แต่จริงๆ แล้ว เพียงเข้าใจวิธีก่ออิฐบล็อก เช่น การใช้ปูนก่อแบบบาง การจัดแนวให้ได้ระดับ รวมถึงการเตรียมพื้นผิวให้เรียบก่อนเริ่มงาน จะช่วยให้งานก่อเป็นระบบมากขึ้น ลดความผิดพลาดระหว่างทำงาน อีกทั้งด้วยขนาดก้อนที่ใหญ่และน้ำหนักเบา ยังช่วยให้ก่อได้เร็วขึ้น ใช้แรงงานน้อยลง และได้ผนังที่เรียบสม่ำเสมอพร้อมมาตรฐานมากยิ่งขึ้น
9. แขวนของหนักที่ผนังอิฐบล็อกเบาไม่ได้
มีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการรับน้ำหนักของผนัง จนทำให้ลังเลในการใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ผนังอิฐบล็อกเบาสามารถติดตั้งของใช้ที่มีน้ำหนักได้ หากเลือกใช้อุปกรณ์ยึดให้เหมาะสม เช่น พุกสำหรับอิฐมวลเบา หรือพุกเคมี รวมถึงติดตั้งอย่างถูกวิธี ก็สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ
10. อายุการใช้งานสั้น
มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความทนทานเมื่อเทียบกับวัสดุแบบดั้งเดิม แต่ในทางปฏิบัติ หากมีวิธีฉาบปูน ทาสีตามมาตรฐาน และมีการเคลือบกันซึมป้องกันผิวผนังอย่างเหมาะสม อิฐบล็อกเบาสามารถคงสภาพการใช้งานได้ยาวนาน ไม่ได้เสื่อมสภาพง่ายอย่างที่กังวล จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยและอายุการใช้งานในระยะยาวได้มากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติเด่นของอิฐบล็อกเบา
เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริง จะเห็นว่าอิฐบล็อกเบาไม่ได้มีดีแค่เรื่องน้ำหนัก แต่ยังมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การก่อสร้างยุคใหม่ในหลายด้าน ดังนี้
น้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้าง
อิฐบล็อกเบามีน้ำหนักน้อยกว่าวัสดุก่อผนังแบบดั้งเดิม จึงช่วยลดภาระของโครงสร้างโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน หรือฐานราก เหมาะสำหรับทั้งงานก่อสร้างใหม่และงานต่อเติมที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอาคาร
นอกจากนี้ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลต่อโครงสร้างโดยรวม ทำให้การออกแบบสามารถใช้โครงสร้างที่ประหยัดวัสดุได้มากขึ้น อีกทั้งยังสะดวกต่อการขนย้ายและติดตั้งในพื้นที่จำกัด เช่น อาคารในเมืองหรือพื้นที่เข้าถึงยาก จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการก่อสร้าง
ช่วยกันความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้น
โครงสร้างภายในที่มีลักษณะเป็นรูพรุนจากอิฐบล็อกเบา ช่วยชะลอการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ทำให้บ้านร้อนช้าลง และช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ในระดับหนึ่ง
อีกทั้งยังมีค่าการนำความร้อนต่ำกว่าวัสดุก่อผนังทั่วไป จึงช่วยรักษาอุณหภูมิภายในให้คงที่มากขึ้น เมื่อใช้งานร่วมกับการออกแบบทิศทางลม ฉนวนหลังคา หรือช่องเปิดที่เหมาะสม จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความร้อนสะสมภายในอาคารได้
ลดเสียงรบกวนจากภายนอก
อิฐบล็อกเบามีคุณสมบัติช่วยดูดซับเสียงและลดการส่งผ่านเสียงจากภายนอกเข้าสู่ภายใน เหมาะกับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่ที่ต้องการความเงียบและความเป็นส่วนตัว
นอกจากนี้ โครงสร้างที่มีรูพรุนยังช่วยลดเสียงสะท้อนภายในห้อง ทำให้บรรยากาศโดยรวมเงียบและสบายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเสียงรบกวนทั่วไป เช่น เสียงรถยนต์หรือเสียงจากภายนอกอาคาร หากออกแบบความหนาผนังให้เหมาะสม และใช้งานร่วมกับวัสดุอื่น เช่น ประตูหรือหน้าต่างกันเสียง จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมเสียงได้ดีขึ้น
ก่อสร้างได้รวดเร็ว ประหยัดเวลา
ขนาดก้อนที่ใหญ่และน้ำหนักเบา ทำให้สามารถก่อผนังได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ใช้เวลาน้อยกว่าวัสดุแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังช่วยลดขั้นตอนบางอย่าง เช่น การใช้ปูนในปริมาณมาก โดยเฉพาะการใช้ปูนก่อแบบบางที่ช่วยให้รอยต่อเรียบสม่ำเสมอ ลดปัญหางานฉาบหนาและการแตกร้าวภายหลัง
นอกจากนี้ยังสามารถตัดแต่งหรือเจาะช่องสำหรับงานระบบ เช่น เดินสายไฟหรือท่อประปาได้สะดวก จึงช่วยลดเวลาในขั้นตอนงานระบบและงานตกแต่ง ทำให้ภาพรวมของงานก่อสร้างเสร็จไวขึ้นและควบคุมคุณภาพได้ง่ายขึ้น
คุ้มค่าในระยะยาว
แม้ต้นทุนเริ่มต้นอาจสูงกว่าในบางกรณี แต่อิฐบล็อกเบาช่วยประหยัดทั้งวัสดุและแรงงาน ลดระยะเวลาก่อสร้าง และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการใช้งานจริง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนแฝง เช่น ค่าซ่อมแซมระยะยาวจากปัญหารอยแตกร้าวหรือความร้อนสะสม รวมถึงช่วยให้การควบคุมงบประมาณทำได้ง่ายขึ้นจากระยะเวลาก่อสร้างที่สั้นลง
นอกจากนี้ยังเป็นวัสดุที่มีความสม่ำเสมอจากการผลิตในโรงงาน ทำให้คุณภาพงานก่อสร้างมีมาตรฐานมากขึ้น ลดความสูญเสียของวัสดุหน้างาน และเพิ่มความคุ้มค่าโดยรวมในระยะยาว
วิธีก่ออิฐบล็อกเบาที่ถูกต้อง
- ใช้ปูนก่อเฉพาะสำหรับอิฐบล็อกเบา ปูนก่อแบบบางช่วยให้รอยต่อบางและสม่ำเสมอ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ ลดปัญหารอยร้าวและการหลุดล่อนในระยะยาว และลดการใช้วัสดุ หากใช้ปูนทั่วไปที่หนาเกินไป อาจทำให้ผนังแตกร้าวหรือเกิดการยุบตัวได้
- เตรียมพื้นผิวก่อนเริ่มก่อให้เรียบร้อย เช่น คานหรือพื้นคอนกรีต ควรเรียบ สะอาด และได้ระดับ เพื่อให้การวางอิฐแถวแรกแม่นยำ หากฐานไม่เรียบอาจทำให้ผนังเอียงหรือเกิดปัญหาในขั้นตอนถัดไปได้
- ก่อด้วยแนวที่ได้ระดับและสม่ำเสมอ การก่อควรควบคุมแนวราบและแนวดิ่งให้ตรง โดยใช้เอ็นหรือเครื่องมือวัดระดับช่วย เพื่อให้ผนังแข็งแรง รับแรงได้ดี และช่วยลดภาระงานฉาบปรับผิวภายหลัง
- เสริมเหล็กยึดผนังกับโครงสร้าง ควรติดตั้งเหล็กยึดหรือเหล็กหนวดกุ้งเชื่อมผนังเข้ากับเสาและคานเป็นระยะ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ลดโอกาสการแยกตัวของผนัง และช่วยให้ผนังทนต่อแรงสั่นสะเทือน
- เว้นรอยต่อและเผื่อการขยายตัวของวัสดุ ควรมีรอยต่อควบคุมในระยะที่เหมาะสม เพื่อรองรับการขยายและหดตัวจากอุณหภูมิ ลดความเสี่ยงการแตกร้าวของผนังในระยะยาว
- ฉาบผิวอย่างถูกวิธี ลดโอกาสแตกร้าว การฉาบควรทำตามขั้นตอน เช่น การพรมน้ำก่อนฉาบ ใช้ปูนฉาบที่เหมาะสม และฉาบในความหนาที่พอดี จะช่วยให้ผิวผนังเรียบเนียน ยึดเกาะดี และลดปัญหารอยแตกร้าวหรือหลุดล่อนในอนาคต
สิ่งที่ไม่ควรทำในการก่ออิฐบล็อกเบา
- ใช้ปูนก่อทั่วไปแทนปูนเฉพาะทาง การใช้ปูนก่อทั่วไปที่หนาเกินไป อาจทำให้ยึดเกาะไม่สม่ำเสมอและเกิดการหดตัวต่างกัน จนผนังแตกร้าวหรือหลุดล่อน ควรใช้ปูนก่อเฉพาะทางเพื่อให้รอยต่อบางและแข็งแรงกว่า
- ไม่ปรับระดับพื้นก่อนเริ่มก่อ หากพื้นหรือคานรองรับไม่เรียบตั้งแต่ต้น จะทำให้การวางอิฐแถวแรกคลาดเคลื่อน ส่งผลให้แนวผนังเอียงหรือบิดเบี้ยว และต้องเสียเวลาแก้ไขในขั้นตอนถัดไป รวมถึงอาจกระทบความแข็งแรงโดยรวม
- ก่อแบบไม่เช็กแนวและระดับ อาจทำให้ผนังไม่ตรง เกิดช่องว่างระหว่างก้อนอิฐ และลดประสิทธิภาพในการรับแรง รวมถึงทำให้ต้องฉาบปรับผิวหนาขึ้นโดยไม่จำเป็น
- ไม่เสริมเหล็กยึดผนัง การละเลยการติดตั้งเหล็กยึดผนังเข้ากับโครงสร้าง เช่น เสาและคาน อาจทำให้ผนังแยกตัวหรือแตกร้าวได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนหรือการทรุดตัวของอาคาร
- ฉาบปูนหนาหรือบางเกินไป การฉาบปูนที่หนาเกินไปอาจทำให้เกิดการแตกร้าวจากการหดตัวของปูน ส่วนการฉาบบางเกินไปอาจยึดเกาะไม่ดีและหลุดล่อนง่าย ควรฉาบในความหนาที่เหมาะสมตามมาตรฐาน เพื่อให้ผิวผนังแข็งแรงและเรียบเนียน
- ไม่บ่มหรือดูแลผนังหลังการก่อ การปล่อยให้ผนังแห้งเร็วเกินไปโดยไม่บ่มน้ำ อาจทำให้ปูนสูญเสียความชื้นเร็ว ส่งผลให้กำลังยึดเกาะลดลงและเกิดรอยแตกร้าวได้ง่าย การบ่มอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนัง
- เจาะหรือรับน้ำหนักโดยไม่ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม อาจทำให้จุดยึดหลวม ผนังเสียหาย หรือรับน้ำหนักไม่ไหว ควรใช้พุกหรืออุปกรณ์เฉพาะสำหรับอิฐมวลเบาเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
สรุป
อิฐบล็อกเบาเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบา ช่วยลดภาระโครงสร้างและก่อสร้างได้รวดเร็ว อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยกันความร้อนและลดเสียงรบกวน ทำให้เหมาะกับการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน แม้จะมีความเข้าใจผิดหลายประเด็น เช่น ความแข็งแรงหรือความทนทาน แต่หากใช้งานอย่างถูกวิธี ก็สามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีได้
นอกจากนี้ยังมีความคุ้มค่าในระยะยาวจากการประหยัดทั้งแรงงาน เวลา และพลังงาน อย่างไรก็ตาม การเลือกวัสดุให้เหมาะสมและก่อสร้างตามมาตรฐาน เช่น ใช้ปูนเฉพาะทาง ปรับระดับพื้น และเสริมเหล็กยึดผนัง จะช่วยให้ผนังมีความแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านด้วยอิฐบล็อกเบา การเลือกใช้อิฐบล็อกเบาที่ได้มาตรฐานจาก ECOMAT ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพ และตอบโจทย์ทั้งด้านความทนทานและประสิทธิภาพในการใช้งานระยะยาว
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
ก่อนตัดสินใจเลือกใช้อิฐบล็อกเบา หลายคนมักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานจริง ทั้งเรื่องความแข็งแรง อายุการใช้งาน และความเหมาะสมกับบ้านประเภทต่างๆ โดยคำถามที่พบบ่อยมีดังนี้
อิฐบล็อกเบารับน้ำหนักได้มากน้อยแค่ไหน?
อิฐบล็อกเบามีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานผนังทั่วไป ทั้งผนังภายในและภายนอก แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นโครงสร้างรับน้ำหนักหลัก เช่น เสาหรือคาน สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การแขวนชั้นวางหรือตู้ สามารถทำได้โดยควรเลือกใช้อุปกรณ์ยึดให้เหมาะสม เช่น พุกสำหรับอิฐมวลเบา เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
อิฐบล็อกเบามีอายุการใช้งานนานเท่าไร?
อายุการใช้งานสามารถยาวนานหลายสิบปี หากติดตั้งอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน และมีการฉาบ ปกป้องผิวผนังอย่างเหมาะสม เช่น ทาสีหรือเคลือบกันซึม ตัววัสดุมีความทนทาน ไม่ลามไฟ และไม่เป็นแหล่งสะสมของปลวก จึงสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับวัสดุก่อผนังทั่วไป
อิฐบล็อกเบาเหมาะกับบ้านแบบไหน?
เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป โดยเฉพาะบ้านสมัยใหม่ที่ต้องการความเย็นสบาย รวมถึงอาคารที่ต้องการลดน้ำหนักโครงสร้าง เช่น บ้านต่อเติมหรืออาคารหลายชั้น ยังเหมาะกับพื้นที่ที่มีเสียงรบกวน เพราะช่วยลดเสียงจากภายนอกได้ดี ตอบโจทย์ทั้งด้านความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการใช้งาน
การก่ออิฐบล็อกเบาใช้เวลานานไหม?
โดยรวมใช้เวลาน้อยกว่าการก่ออิฐแบบดั้งเดิม เนื่องจากก้อนมีขนาดใหญ่และน้ำหนักเบา ทำให้ก่อได้รวดเร็วและใช้แรงงานน้อยลง รวมถึงใช้ปูนก่อแบบบาง ช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการทำงาน จึงช่วยให้โครงการก่อสร้างเสร็จได้ไวขึ้น
อิฐบล็อกเบามีหลายขนาดไหม ควรเลือกอย่างไร?
อิฐบล็อกเบามีหลายขนาดและความหนา เช่น 7.5, 10, 12.5 และ 15 ซม. การเลือกควรพิจารณาตามการใช้งาน เช่น ผนังภายในใช้ขนาดบาง ส่วนผนังภายนอกหรือจุดที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น ควรเลือกขนาดที่หนา รวมถึงคำนึงถึงการกันความร้อนและเสียงร่วมด้วยเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน











