วิธีเช็กค่าไฟง่ายๆ ด้วยตนเองทำอย่างไร? รู้ผลทันที ไม่ต้องรอบิลค่าไฟ

Social Links


วิธีเช็กค่าไฟง่ายๆ ด้วยตนเองทำอย่างไร? รู้ผลทันที ไม่ต้องรอบิลค่าไฟ

Key Takeaway

  • ประโยชน์ของการเช็กค่าไฟด้วยตนเอง ช่วยให้ตรวจสอบยอดการใช้ไฟฟ้าล่าสุดได้ทันที โดยไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้ทางไปรษณีย์ เหมาะกับคนที่ต้องการเช็กแบบเรียลไทม์ และช่วยเปรียบเทียบหน่วยการใช้ไฟกับเดือนก่อนหรือปีที่แล้ว เพื่อตรวจหาความผิดปกติ
  • วิธีอ่านมิเตอร์ค่าไฟ เริ่มจากเช็กขนาดของมิเตอร์ โดยต้องอ่านหลักให้ถูกต้องเพื่อคำนวณหน่วยที่ใช้ จากนั้นคำนวณหน่วยที่ใช้และตรวจสอบรหัสเครื่องวัด
  • เทคนิคประหยัดค่าไฟ ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ได้แก่ เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ถอดปลั๊กเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตั้งแอร์ 25-27°C พร้อมเปิดพัดลมช่วย ใช้แสงธรรมชาติและระบายอากาศ ติดตั้งผนังกันความร้อน และเลือกซื้อเครื่องไฟฟ้าที่มีฉลากเบอร์ 5

ในยุคที่ค่าไฟแพงขึ้นทุกๆ เดือนทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร การเช็กค่าไฟเป็นอีกวิธีที่ช่วยคุมการใช้ไฟให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่หลายคนยังรอบิลค่าไฟ เพื่อสรุปการใช้จ่ายรายเดือน ทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องรอบิลค่าไฟส่งถึงหน้าบ้านอีกต่อไฟ เพราะสามารถเช็กค่าไฟผ่านสมาร์ตโฟนได้เลย! โดยไม่ต้องรอใบแจ้งค่าไฟที่กล่องไปรษณีย์ มาดูวิธีเช็กค่าไฟง่ายๆ สามารถเช็กอย่างไรบ้าง เพื่อให้การจ่ายค่าไฟเป็นเรื่องที่ทำได้แม้อยู่บ้านหรือคอนโด และช่วยลดบ้านร้อนอีกด้วย

ทำไมควรเช็กค่าไฟด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ

ทำไมควรเช็กค่าไฟด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ

การเช็กค่าไฟด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ตรวจสอบยอดการใช้ไฟฟ้าล่าสุดได้ทันที โดยไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้ทางไปรษณีย์ ซึ่งเหมาะสำหรับบ้านหลายหลังหรือผู้ที่ต้องการติดตามค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังช่วยเปรียบเทียบหน่วยการใช้ไฟกับเดือนก่อนหรือปีที่แล้ว เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ค่าไฟแพงเกินจริงจากมิเตอร์ชำรุดหรือการรั่วไหลของไฟฟ้า

อ่านมิเตอร์ไฟฟ้าอย่างไร ให้เข้าใจค่าไฟมากขึ้น

อ่านมิเตอร์ไฟฟ้าอย่างไร ให้เข้าใจค่าไฟมากขึ้น

  • ตรวจสอบขนาดมิเตอร์ก่อน ดูตัวเลขบนช่องด้านบน เช่น 5(15)A หมายถึงมิเตอร์ขนาด 5 แอมป์ สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 15 แอมป์ หรือ 15(45)A ที่จ่ายได้ถึง 45 แอมป์ เพื่อเลือกวิธีอ่านที่ถูกต้อง
  • มิเตอร์ 5(15)A และ 5(45)A อ่านเฉพาะ 4 หลัก จากซ้าย หลักพัน หลักร้อย หลักสิบ หลักหน่วย ไม่รวมหลักทศนิยมขวาสุด เช่น ถ้าหน้าปัดแสดง 7360.8 อ่านเป็น 7360 หน่วย
  • มิเตอร์ 15(45)A อ่าน 5 หลักตั้งแต่หลักหน่วยในช่องขวาสุด ไปทางซ้าย โดยช่องขวาสุดคือหลักหน่วย ไม่มีจุดทศนิยมชัดเจนแต่มีขีดแทน เช่น 01234 อ่านเป็น 1234
  • มิเตอร์ 30(100)A หรือ 50(100)A อ่าน 5 หลักรวมหลักทศนิยม เช่น 76850.0 อ่านครบ 76850 หน่วย เพื่อความแม่นยำสูง
  • คำนวณหน่วยที่ใช้ ลบค่ามิเตอร์ต้นเดือนจากปลายเดือน เช่น 7480.7 ลบ 7360.8 = 120 หน่วย แล้วเปรียบเทียบกับบิลเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
  • ตรวจสอบรหัสเครื่องวัด ดูเลข MEA/PEA หรือรหัสบนมิเตอร์ให้ตรงกับบิล เพื่อยืนยันว่าเป็นมิเตอร์บ้านตัวเองและป้องกันความผิดพลาด

วิธีเช็กค่าไฟฟ้าง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

วิธีเช็กค่าไฟฟ้าง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

ในการเช็กค่าไฟออนไลน์ สามารถเช็กค่าไฟย้อนหลัง เพื่อเช็กการใช้ไฟฟ้าได้ดังนี้

การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

  1. ดาวน์โหลดแอป MEA Smart Life จาก App Store หรือ Google Play
  2. เปิดแอปและเลือกเมนู “ตรวจสอบค่าไฟฟ้า”
  3. กรอกหมายเลขบัญชีผู้ใช้ไฟฟ้า 12 หลักและรหัสเครื่องวัด หรือสแกน QR Code จากบิล
  4. ดูรายละเอียดยอดค่าไฟ วันที่ครบกำหนด และบาร์โค้ดสำหรับชำระเงิน
  5. ชำระผ่านบัตรเครดิต บัญชีธนาคาร หรือบันทึกประวัติการชำระ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

  1. ดาวน์โหลดแอป PEA Smart Plus จาก App Store หรือ Google Play
  2. เปิดแอปและลงทะเบียนหรือล็อกอินด้วยหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า
  3. เลือกเมนูตรวจสอบค่าไฟฟ้า แล้วกรอกหมายเลขผู้ใช้ 12 หลักและรหัสเครื่องวัด
  4. ดูยอดค่าไฟ รอบบิลล่าสุด และเปรียบเทียบหน่วยใช้กับเดือนก่อน
  5. ชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์หรือบันทึกข้อมูลสำหรับติดตาม

เช็กค่าไฟฟ้าผ่านเว็บไซต์ ทำอย่างไร

เช็กค่าไฟฟ้าผ่านเว็บไซต์ ทำอย่างไร

เป็นอีกวิธีเช็กค่าไฟสำหรับใครที่ไม่สะดวกดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน มาดูกันว่าเช็กผ่านเว็บไซต์ทำอย่างไร

การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

  1. เข้าสู่เว็บไซต์ https://eservice.mea.or.th แล้วสมัครสมาชิกหรือล็อกอิน
  2. เลือกหมายเลขเครื่องวัดหรือบัญชีผู้ใช้ไฟฟ้า
  3. คลิกเมนู “ตรวจสอบค่าไฟฟ้า” หรือ “ประวัติการใช้ไฟฟ้า”
  4. ดูยอดค่าไฟ หน่วยใช้ไฟ วันที่จดเลข และดาวน์โหลดบิล
  5. ชำระค่าไฟผ่านช่องทางออนไลน์หากต้องการ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

  1. เข้าสู่เว็บไซต์ https://eservice.pea.co.th แล้วสมัครสมาชิกใหม่หรือล็อกอิน
  2. กรอกหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า 12 หลักและรหัสเครื่องวัด
  3. เลือกเมนู “ตรวจสอบค่าไฟฟ้า”
  4. ดูรายละเอียดยอดค่าไฟ รอบบิล และประวัติการใช้ไฟย้อนหลัง 6 เดือน
  5. ชำระเงินออนไลน์หรือบันทึกข้อมูลสำหรับติดตามต่อ

เช็กค่าไฟฟ้าผ่านช่องทาง LINE สะดวกไม่ต้องโหลดแอป

เช็กค่าไฟฟ้าผ่านช่องทาง LINE สะดวกไม่ต้องโหลดแอป

สำหรับใครที่ไม่สะดวกทั้งโหลดแอปหรือเช็กค่าไฟผ่านเว็บไซต์ ลองใช้วิธีนี้ได้เลย!

การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

  1. เพิ่มเพื่อน LINE Official Account MEA Connect (@meathailand)
  2. ในหน้าแชท เลือกเมนู “ลงทะเบียนเพิ่มบ้าน” แล้วกรอกหมายเลขบัญชีผู้ใช้ไฟฟ้าและรหัสเครื่องวัด
  3. เลือกเมนู “ตรวจสอบชำระค่าไฟฟ้า” เพื่อดูยอดค่าไฟล่าสุดและประวัติบิล
  4. ตรวจสอบรายละเอียดบิล วันที่ครบกำหนด และเลือกชำระผ่าน Rabbit LINE Pay หรือ QR Code
  5. ยืนยันการชำระและบันทึกหลักฐานสำหรับติดตาม

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

  1. เพิ่มเพื่อน LINE Official Account @PEAThailand
  2. ใน Rich Menu เลือกเมนู “ลงทะเบียน/ตรวจสอบค่าไฟฟ้า” แล้วกรอกข้อมูลหมายเลขผู้ใช้ 12 หลักและรหัสเครื่องวัด
  3. เลือกบิลที่ต้องการตรวจสอบเพื่อดูรายละเอียดยอดค่าไฟและสถานะ
  4. ดูหน่วยใช้ไฟ รอบบิล และวันที่ครบกำหนดชำระ
  5. ชำระผ่าน QR Code หรือ Mobile Banking ที่เชื่อมต่อ

เทคนิคประหยัดไฟแบบเห็นผล ลดค่าไฟได้จริง

เทคนิคประหยัดไฟแบบเห็นผล ลดค่าไฟได้จริง

ค่าไฟแพงเป็นปัญหาที่เจอทุกปี และทำให้เราต้องเสียค่าไฟไปเป็นจำนวนมาก มาดูกันว่าจะมีเทคนิคช่วยประหยัดค่าไฟอย่างไร

  • เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED หลอด LED ใช้ไฟน้อยกว่าถึง 80% ให้แสงสว่างเท่าเดิมและทนทานนานกว่า ช่วยลดค่าไฟระยะยาวอย่างเห็นผล
  • ปิดเครื่องใช้และดึงปลั๊กเมื่อไม่ใช้ เครื่องใช้ในโหมด Standby ยังกินไฟอยู่ ปิดไฟทุกดวงและดึงปลั๊กเพื่อตัดการใช้ไฟสูญเปล่า
  • ตั้งแอร์ 25-27°C เปิดพัดลมช่วย พัดลมกระจายความเย็น ลดการทำงานหนักของแอร์ ประหยัดไฟ 10% ต่อองศา ทำความสะอาดกรองแอร์สม่ำเสมอ
  • ใช้แสงธรรมชาติและระบายอากาศ เปิดม่านรับแสงกลางวันแทนเปิดไฟ และเปิดหน้าต่างรับลมแทนแอร์ในช่วงเย็น
  • ติดตั้งผนังกันความร้อน ใช้อิฐบล็อกเบา หรือฉนวนกันร้อนลดความร้อนเข้าบ้าน ช่วยแอร์ทำงานน้อยลง ประหยัดไฟได้ 20-30%​
  • เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และดูแลรักษาสม่ำเสมอ ซื้อเครื่องประหยัดไฟ ทำความสะอาดตู้เย็นและซักผ้าทีละมากๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

สรุป

การเช็กค่าไฟด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทราบยอดใช้ไฟแบบเรียลไทม์ และสามารถเปรียบเทียบเพื่อตรวจหาความผิดปกติของมิเตอร์หรือการใช้ไฟเกินได้ การอ่านมิเตอร์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับขนาดของมิเตอร์ โดยต้องอ่านหลักให้ถูกต้องเพื่อคำนวณหน่วยที่ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถเช็กและชำระค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือช่องทาง LINE Official Account ส่วนในการประหยัดค่าไฟ ควรเปลี่ยนเป็นหลอดไฟ LED ตั้งแอร์ที่ 25-27°C เปิดพัดลมช่วย ปิด/ดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า และติดตั้งผนังกันความร้อน เช่น อิฐบล็อกเบา เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

สำหรับใครที่มองหาวัสดุที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟมากขึ้น แนะนำ Ecomat อิฐบล็อกเบาที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บ้านเย็นสบาย และยังช่วยลดภาระทางโครงสร้าง แรงงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

มาดูกันว่าคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเช็กค่าไฟจะมีอะไรบ้าง

เช็กยอดค้างค่าไฟอย่างไร

ยอดค้างค่าไฟฟ้าสามารถตรวจสอบได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เช่น เว็บไซต์ e-Service แอป Smart Life/Smart Plus หรือ LINE Official Account โดยแสดงรายการบิลที่ยังไม่ชำระเรียงตามรอบบิล พร้อมเลขที่บิล วันที่ครบกำหนด และค่าดำเนินการงดจ่ายหากเลยกำหนด

ค่าไฟสามารถค้างจ่ายได้กี่เดือน

โดยทั่วไป การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จะงดจ่ายไฟฟ้าหากค้างชำระเกิน 2-3 เดือน หรือประมาณ 60-90 วันนับจากวันครบกำหนดบิลล่าสุด โดยมีค่าปรับรายเดือน 1.5-2% ของยอดค้าง และค่าต่อไฟฟ้าเพิ่มเติม

ค่าไฟแพงผิดปกติ แจ้งร้องเรียนที่ไหน

แจ้งร้องเรียนค่าไฟแพงผิดปกติได้ที่ Call Center การไฟฟ้านครหลวง (MEA) โทร 1130 หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โทร 1129 พร้อมแจ้งหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าและรหัสเครื่องวัด เพื่อขอตรวจสอบมิเตอร์รั่วไหลหรือผิดพลาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *