Key Takeaway
- อิฐมวลเบาคือวัสดุที่เกิดจากการผสมซีเมนต์ ปูนขาว ทรายละเอียด และสารเคมีพิเศษที่สร้างฟองอากาศในเนื้ออิฐ คงรูปถาวรหลังผ่านการบ่มและอบไอน้ำด้วยความร้อนสูง ทำให้ได้อิฐที่มีโครงสร้างพรุน น้ำหนักเบา เป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงได้ดี เหมาะสำหรับงานก่อสร้างหลากหลายประเภท
- ข้อดีของอิฐมวลเบาคือน้ำหนักเบา แต่ยังให้ความแข็งแรงและทนทาน ก่อง่าย สามารถกันความร้อนได้ดี กันเสียงรบกวนได้ดี ที่สำคัญคือยังทนไฟ ลดความเสี่ยงเรื่องไฟไหม้ได้
- อุปกรณ์ก่ออิฐมวลเบา มีทั้งปูนก่ออิฐ ค้อนยาง เกรียงก่ออิฐ เกรียงฟันปลา เลเซอร์วัดระดับ เลื่อยตัดอิฐมวลเบา และแปรงปัดฝุ่น
- วิธีการก่ออิฐมวลเบาให้ได้ประสิทธิภาพ เริ่มต้นที่การวางแนวและระดับฐาน ผสมปูนในอัตราส่วนที่เหมาะสม ทาปูนและวางอิฐอย่างระวัง และตรวจสอบแนวทุกแถว
วัสดุก่อสร้างมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของโครงสร้าง โดยเฉพาะ “อิฐมวลเบา” ซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายและน้ำหนักเบา จึงเหมาะสำหรับการก่อสร้างทั้งในส่วนของผนังบ้าน อาคารสำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม
อิฐมวลเบาคือวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบา ผลิตจากทราย ปูนขาว ซีเมนต์ น้ำ และผงอะลูมิเนียม ข้อดีของอิฐมวลเบาคือกันความร้อน กันเสียง และทนไฟได้ดี หากกำลังวางแผนสร้างบ้านหรือรีโนเวทอาคารเก่า มาทำความเข้าใจว่าอิฐมวลเบาคืออะไร เพื่อช่วยให้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างได้เหมาะสม พร้อมแนะนำวิธีก่ออิฐมวลเบาให้มีประสิทธิภาพที่สุด!
ไขข้อสงสัย อิฐมวลเบา คืออะไร?
อิฐมวลเบา (Lightweight Concrete Brick หรือ AAC) คือวัสดุก่อสร้างชนิดหนึ่งที่เกิดจากการผสมผสานของซีเมนต์ ปูนขาว ทรายละเอียด และสารเคมีพิเศษที่ก่อให้เกิดฟองอากาศจำนวนมากในเนื้ออิฐระหว่างการก่อตัว กระบวนการผลิตเริ่มต้นด้วยการบดผสมส่วนประกอบต่างๆ ก่อนที่จะถูกอัดด้วยลมภายใต้แรงดันสูง เพื่อสร้างฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมหาศาลภายในเนื้อวัสดุ
จากนั้นอิฐจะเข้าสู่กระบวนการบ่มและอบไอน้ำภายใต้ความร้อนสูงประมาณ 190 – 200 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ฟองอากาศเหล่านี้คงรูปอย่างถาวร ผลลัพธ์ที่ได้คืออิฐที่มีโครงสร้างพรุน มีฟองอากาศกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งก้อน ทำให้มีน้ำหนักเบา พร้อมคุณสมบัติในการเป็นฉนวนกันความร้อนและป้องกันเสียงรบกวนได้ดี จึงเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในงานก่อสร้างอาคารหลากหลายประเภท รวมถึงการสร้างบ้านทั่วไป

ข้อดีของอิฐมวลเบาที่ควรรู้!
ต่อไปมาดูข้อดีของอิฐมวลเบา คุณสมบัติอะไรที่ทำให้อิฐชนิดนี้ได้รับความนิยม?
น้ำหนักเบา
แม้ว่าอิฐมวลเบาจะมีน้ำหนักเบากว่าอิฐทั่วไปถึง 1 ใน 3 แต่ก็ยังคงมีความสามารถในการรับแรงอัดได้ดี ทำให้เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ในงานก่อสร้างหลากหลายประเภท ด้วยอิฐมวลเบามีคุณสมบัติเด่นในเรื่องน้ำหนักที่เบา ทำให้ช่วยลดภาระโครงสร้างของอาคาร ในขณะเดียวกันก็ยังคงความแข็งแรงทนทาน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานก่อสร้างในปัจจุบัน
แข็งแรง ทนทาน
อิฐบล็อกได้รับการออกแบบด้วยส่วนประกอบและอัตราส่วนที่เหมาะสม ทำให้มีความแข็งแรงและทนทานสูงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอิฐที่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำภายใต้อุณหภูมิและแรงดันสูง จะยิ่งมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกระบวนการนี้ช่วยให้โครงสร้างภายในของอิฐมีการยืดและหดตัวอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เนื้ออิฐมีความหนาแน่นและทนทานต่อสภาพแวดล้อมและการใช้งานในระยะยาว
กันความร้อน
ด้วยลักษณะโครงสร้างภายในที่มีโพรงอากาศจำนวนมาก อิฐมวลเบาจึงมีคุณสมบัติเด่นในการเป็นฉนวนกันความร้อนได้อย่างดี โดยสามารถป้องกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐแดงทั่วไปถึง 4 เท่า คุณสมบัตินี้ส่งผลให้ภายในอาคารหรือบ้านพักอาศัยมีความเย็นสบาย ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งนำไปสู่การประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กันเสียงได้ดี
ด้วยโครงสร้างภายในที่มีโพรงอากาศจำนวนมาก อิฐมวลเบาจึงมีคุณสมบัติในการดูดซับเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกอาคารได้อย่างดี คุณสมบัตินี้เองทำให้อิฐมวลเบาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนนใหญ่ หรือบริเวณที่มีเสียงดังรบกวน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว
ทนไฟ
อิฐมวลเบามีคุณสมบัติทนทานต่อไฟได้เป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของเปลวไฟหรือปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายเมื่อสัมผัสกับความร้อนสูง คุณสมบัตินี้เองที่ทำให้อิฐมวลเบาเป็นวัสดุที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับอาคารและผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้
ก่อได้ง่าย
ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยและการตัดด้วยเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง ทำให้อิฐมวลเบามีขนาดที่ได้มาตรฐานและเท่ากันทุกก้อน ส่งผลให้การก่อสร้างผนังหรือกำแพงเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว ช่างก่อสร้างสามารถนำอิฐมาเรียงต่อกันได้ง่ายๆ ลดขั้นตอนการปรับแต่งที่ไม่จำเป็น และช่วยประหยัดเวลาในการก่อสร้างโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อุปกรณ์สำหรับก่ออิฐมวลเบา
การก่ออิฐมวลเบาให้ได้คุณภาพ ต้องใช้อุปกรณ์ก่ออิฐมวลเบาที่เหมาะสม ดังนี้

ปูนก่ออิฐ
ในการก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบา สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ปูนก่อที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อให้การยึดเกาะระหว่างก้อนอิฐแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ ควรเลือกใช้ปูนก่อสำเร็จรูปที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอิฐมวลเบา เนื่องจากปูนเหล่านี้มักมีส่วนผสมที่ช่วยให้เกาะติดแน่น แห้งตัวได้รวดเร็ว และลดปัญหาการยุบตัวของปูนหลังการก่อ ซึ่งจะส่งผลให้ผนังที่ได้มีความมั่นคงและมีอายุการใช้งานยาวนาน
ค้อนยาง
ค้อนยางเป็นเครื่องมือสำคัญในงานก่ออิฐ เนื่องจากหัวค้อนที่ทำจากยางมีความอ่อนนุ่ม จึงช่วยให้สามารถเคาะและปรับตำแหน่งของอิฐแต่ละก้อนให้เข้าที่และอยู่ในระนาบที่ถูกต้องได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ก่อให้เกิดรอยแตกร้าวหรือความเสียหายต่อเนื้ออิฐ ทำให้งานก่อสร้างมีความเรียบร้อยสวยงามและได้มาตรฐาน

เกรียงก่ออิฐ
เกรียงก่ออิฐใช้สำหรับตักและปาดปูนซีเมนต์ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอระหว่างก้อนอิฐ ช่วยสร้างความแข็งแรงและความเรียบเสมอกันของผนัง สำหรับงานก่ออิฐมวลเบา จะมีเกรียงก่ออิฐมวลเบาที่มีขนาดและรูปทรงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดของอิฐแต่ละประเภท ช่วยให้ประหยัดปูน ก่อสร้างได้รวดเร็ว และทำให้ปูนยึดเกาะกับอิฐได้แน่นหนา ลดปัญหาการเกิดช่องว่างหรือรอยแตกร้าวในผนัง
เกรียงฟันปลา
เกรียงฟันปลามีหน้าที่ในการขัดตกแต่งและปรับระดับผิวหน้าของอิฐให้เรียบเสมอกันในขณะที่ก่อผนัง การใช้เกรียงฟันปลาจะช่วยให้การลงปูนก่อมีความหนาสม่ำเสมอตลอดแนว ส่งผลให้ลดปัญหาการเกิดช่องว่างระหว่างก้อนอิฐ และทำให้ผนังที่ก่อสร้างได้แนวที่สวยงามและได้ระนาบ นอกจากนี้ การปรับระดับด้วยเกรียงฟันปลายังช่วยให้อิฐในแต่ละแถวอยู่ในระนาบเดียวกัน ทำให้การก่ออิฐในแถวถัดไปเป็นไปอย่างราบรื่นและมีคุณภาพมากขึ้น

เลเซอร์วัดระดับ
เพื่อให้การก่อผนังมีความเรียบตรงและได้ระดับตามที่ต้องการ การใช้อุปกรณ์วัดระดับแนวที่มีความแม่นยำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระดับน้ำแบบดั้งเดิมที่อาศัยฟองอากาศ หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างเลเซอร์วัดระดับ ซึ่งสามารถฉายแสงเป็นแนวตรง ทำให้การตรวจสอบและปรับระดับของผนังแม่นยำขึ้น ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผนังที่ก่อสร้างจะมีความสวยงามและแข็งแรงตามมาตรฐาน
เลื่อยตัดอิฐมวลเบา
เลื่อยตัดอิฐมวลเบาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การปรับขนาดอิฐมวลเบาเป็นไปได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการตัดให้พอดีกับช่องเปิดต่างๆ เช่น ประตู หน้าต่าง หรือการปรับขนาดเพื่อให้เข้ากับพื้นที่ก่อสร้างเฉพาะจุด การใช้เลื่อยตัดอิฐมวลเบาช่วยให้ได้ชิ้นงานที่เรียบร้อย ลดความเสียหายของอิฐ และทำให้การก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
แปรงปัดฝุ่น
เพื่อให้การยึดเกาะของปูนกับอิฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แปรงปัดฝุ่นจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม โดยแปรงนี้มีไว้สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวของอิฐแต่ละก้อน ก่อนที่จะลงปูนก่อ การปัดเอาเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออกไป จะช่วยให้ปูนสามารถสัมผัสกับเนื้ออิฐได้โดยตรง ส่งผลให้เกิดแรงยึดเกาะที่แข็งแรงและทนทานมากขึ้น ทำให้โครงสร้างโดยรวมมีความมั่นคงในระยะยาว

วิธีการก่ออิฐมวลเบาให้ได้ผลดีที่สุด
การก่ออิฐมวลเบาแม้จะไม่ซับซ้อน แต่ถ้าหากทำไม่ถูกวิธี อาจทำให้โครงสร้างไม่แน่นหนาและเกิดปัญหาในอนาคตได้ มาดูวิธีการก่ออิฐมวลเบาให้ได้ผลดีกัน!
ขั้นตอนที่ 1 วางแนวและระดับฐาน
ก่อนเริ่มต้นการก่ออิฐ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการวางแนวและปรับระดับฐานรากให้มีความแม่นยำ โดยขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผนังที่ก่อขึ้นมีความเรียบตรงและได้ระนาบตามที่ต้องการ ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้เชือกแนวขึงเพื่อกำหนดเส้นตรง หรือใช้เครื่องวัดระดับเลเซอร์เพื่อความแม่นยำสูง การวางแนวและระดับฐานที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น จะส่งผลให้การก่ออิฐในขั้นตอนต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่นและได้คุณภาพ
ขั้นตอนที่ 2 ผสมปูนในอัตราส่วนที่เหมาะสม
เพื่อให้การก่ออิฐมวลเบามีความแข็งแรงและได้คุณภาพ ควรให้ความสำคัญกับการผสมปูนในอัตราส่วนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการเลือกใช้ปูนก่อสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอิฐมวลเบา ซึ่งจะช่วยให้การยึดเกาะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพียงผสมปูนตามสัดส่วนที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ ก็จะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความแข็งแรงทนทานของโครงสร้างที่ก่อสร้างด้วยอิฐมวลเบา
ขั้นตอนที่ 3 ทาปูนและวางอิฐอย่างระวัง
ในการก่ออิฐแต่ละชั้น ควรทาปูนบนผิวอิฐที่จะวางด้วยเกรียงหวีอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ปูนมีการยึดเกาะที่ดีและสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น เมื่อวางอิฐลงบนปูนแล้ว ให้ใช้ค้อนยางเคาะเบาๆ เพื่อปรับระดับให้ได้ตามแนวที่ต้องการ ควรระมัดระวังในทุกขั้นตอน เพื่อช่วยให้ผนังที่ก่อมีความแข็งแรงและสวยงาม
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบแนวทุกแถว
ในการก่ออิฐแต่ละชั้น สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบแนวให้ถูกต้อง ควรใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำหรือเลเซอร์ทุกครั้งที่มีการวางอิฐแถวใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าผนังที่ก่อขึ้นนั้นตรงและไม่เบี้ยว ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรงและความสวยงามของโครงสร้างโดยรวม การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการตรวจสอบแนวจะช่วยให้ได้ผนังอิฐที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในระยะยาว

อิฐบล็อกเบา VS. อิฐมวลเบา ต่างกันอย่างไร
แม้อิฐมวลเบาจะมีข้อดีเรื่องน้ำหนักเบา ขนาดใหญ่ทำให้งานก่อเร็ว และกันความร้อนได้ดี แต่ก็มีข้อเสียสำคัญ เช่น ราคาสูงกว่าประเภทอื่น ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญเฉพาะทาง รวมถึงต้องใช้อุปกรณ์และพุกเฉพาะสำหรับก่อและเจาะ นอกจากนี้ เนื้ออิฐมีรูพรุนสูง ดูดซับความชื้นได้ดี จึงไม่เหมาะกับการก่อในห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะอาจเกิดปัญหาความชื้นและเสียหายได้ง่าย
ในขณะที่อิฐบล็อกเบามีราคาถูกกว่า ขนาดใหญ่เป็นมาตรฐาน ก่อได้รวดเร็วและประหยัดเวลา มีความทนทานในระดับดี และระบายความร้อนได้ดีเนื่องจากมีรูพรุนในตัว แต่ต้องฉาบป้องกันการรั่วซึม และแม้จะรับน้ำหนักเจาะแขวนได้น้อยกว่าอิฐมอญ แต่ก็เหมาะกับงานก่อทั่วไปที่ต้องการความคุ้มค่าและความสะดวก
ดังนั้น หากต้องการวัสดุก่อสร้างที่คุ้มค่าและใช้งานง่าย อิฐบล็อกเบาคือทางเลือกที่เหมาะสมกว่าอิฐมวลเบา โดยเฉพาะในงานที่ไม่เน้นคุณสมบัติพิเศษด้านฉนวนกันความร้อนหรือกันไฟ และต้องการลดต้นทุนและความยุ่งยากในการก่อสร้าง
เคล็ดลับ! การเลือกใช้อิฐมวลเบาให้คุ้มค่า
มาดูเคล็ดลับการเลือกใช้อิฐมวลเบาให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
- เลือกขนาดอิฐให้เหมาะสมกับประเภทของผนัง เช่น ขนาด 7.5 ซม. เหมาะสำหรับผนังเบาภายใน ส่วนขนาด 10 – 15 ซม. เหมาะกับผนังภายนอกที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น
- ตรวจสอบความหนาแน่นของอิฐก่อนใช้งาน โดยทั่วไปอิฐมวลเบาจะมีค่าความหนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 500 – 700 กก./ลบ.ม. ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงและการเป็นฉนวน
- เลือกใช้ปูนก่อและฉาบที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอิฐมวลเบา เพื่อให้เกิดการยึดเกาะที่ดีและยืดอายุการใช้งานของผนัง
- เลือกซื้ออิฐจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของวัสดุก่อสร้าง
สรุป
อิฐมวลเบาคือวัสดุที่มีโครงสร้างพรุน น้ำหนักเบา แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงและทนทาน นอกจากคุณสมบัติด้านน้ำหนักเบาและง่ายต่อการก่อสร้างแล้ว อิฐมวลเบายังมีข้อดีที่สำคัญอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพในการเป็นฉนวนกันความร้อนและป้องกันเสียงรบกวนได้อย่างดี ที่สำคัญคือยังมีความสามารถในการทนไฟ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในกรณีเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ทำให้เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในงานก่อสร้างหลากหลายประเภท
เลือกอิฐบล็อกเบา Ecomat ผลลัพธ์ของการผสมผสานนวัตกรรมที่มีความแข็งแรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยกระบวนการผลิตจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง ช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 30% แข็งแรงทนทาน การติดตั้งง่าย และคุณสมบัติควบคุมอุณหภูมิและเสียง เหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลาย ทั้งบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียม เพื่อสร้างพื้นที่ที่สะดวกสบาย คุ้มค่า และยั่งยืนในระยะยาว












